Tipitaka

สดับปกรณ์

สดับปกรณ์
คอลัมน์ รื่นร่มรมเยศ
โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก

จำได้ว่าในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของสมเด็จย่า มีการถ่ายทอดพระราชพิธีทางทีวี ให้ประชาชนได้ชมกันทั่วประเทศ พระสงฆ์ได้รับนิมนต์มาสวดหน้าพระบรมศพ พิธีกรบอกผู้ชมผู้ฟังว่า พระสงฆ์จำนวนเท่านั้นเท่านี้ "สดับปกรณ์" แม้ในงานพระราชพิธีพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระพิธีธรรมก็รับนิมนต์มา "สดับปกรณ์" เช่นกัน หลายคนถามผมว่า "สดับปกรณ์" คืออะไร...

วันที่สองในพุทธคยา

วันนี้เป็นวันเปิดงาน Tipitaka Chanting Ceremony ณ เจดีย์พระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ผมก็ต้องไปเตรียมตัวจัดโต๊ะเพื่อจัดแสดงหนังสือพระไตรปิฎกบาฬี และเว็บไซต์ tipitakastudies.net ที่เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการพระไตรปิฎกออนไลน์ฉบับที่ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุด (อิอิ แอบชมงานตัวเอง)...
โต๊ะที่จัดแสดงงานของเราก็อยู่ในบริเวณด้านหลังลานใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งใช้เป็นพิธีสวดสังวัธยายโดยพระสงฆ์ 600 รูปจาก อินเดีย, บังกลาเทศ, ศรีลังกา, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา และออสเตรเลีย ซึ่งโต๊ะที่เราใช้แสดงก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนักมีเพียงแค่จอโปรเจ็กเตอร์ 50 นิ้ว laptop computer อีกสองเครื่องและที่สำคัญที่สุดคือหนังสือพระไตรปิฎกฉบับที่จะใช้สวดในงานนี้จำนวน 1 ชุดมี 3เล่ม

วันแรกในพุทธคยา

ผมต้องร่วมเดินทางไปกับ Dhamma Society Fund เพื่อร่วมพิธี Tipitaka Chanting Ceremony ที่พุทธคยา จังหวัดคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย มีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือพระเจดีย์สี่เหลี่ยม และอนิมิสสเจดีย์
พิธี Tipitaka Chanting Ceremony มีพระสงฆ์กว่า 600 รูปจากประเทศต่าง ๆ ที่นับถือพุทธศาสนาเถรวาท เช่น ไทย, ลาว, กัมพูชา, พม่า และ ศรีลังกา มาร่วมกันสวดสังวัธยาย มัชฌิมนิกาย ในพระสุตตันตะปิฎก
เราเดินทางจากประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน TG 8820 กรุงเทพฯ - คยา ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 12.15น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการเดินทาง ก็ถึงสนามบินเมืองคยา ซึ่งเป็นสนามบินเล็ก ๆ ตอนบ่ายโมงกับสี่สิบห้านาทีตามเวลาท้องถิ่น

Spreading the word

The world tipitaka project which I've been working on for almost 2 years was on the news.


The Tripitaka, which was written in so many languages to sound like Pali, is now finally in the Roman script - all thanks to technology and dedication

Published on January 29, 2008

มงคลสูตร ๓๘ ประการ

ในประเทศอินเดียสมัยก่อนพุทธกาล ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ซึ่งมีความเชื่อถือในเรื่องเทพเจ้า เช่น พระสาวิตรี พระวรุณ พระอินทร์ พระยม พระพรหม พระนารายณ์ และพระศิวะ เป็นต้น มีคนวรรณะพราหมณ์เป็นผู้ทำหน้าที่ติดต่อกับเทพเจ้า สั่งสอนศาสนา และ ประกอบพิธีกรรมแก่ประชาชนทุกวรรณะ โดยมีความเชื่อว่าเทพเจ้าจะสามารถให้คุณและโทษแก่คนได้ จึงมีพิธีเซ่นสรวงเพื่อเอาอกเอาใจ มิให้ บันดาล สิ่งที่มีโทษเป็นภัยพิบัติเกิดขึ้นกับคน เรียกว่าพิธี “บูชายัญ” คือฆ่าสัตว์เอาเลือดและเนื้อ ขนม นม เนย ใส่เข้าไปในกองไฟ โดยถือว่าไฟ เป็นฑูตของพระเจ้า แต่ถึงจะบูชายัญอย่างไรคนก็ยังได้รับภัยพิบัติต่างๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่สามารถพึ่งเทพเจ้าได้ จึงมีผู้คิดหาที่พึ่งทางจิตใจใหม่ เผยแพร่ความคิดของตนเอง และ ตั้งตนเป็นอาจารย์เป็นจำนวนมาก ปัญหาหนึ่งที่บรรดาอาจารย์แต่ละสำนักถกเถียงกันเป็นประจำไม่มีข้อยุติคือ เรื่องอะไรคือมงคลของชีวิต

ญาณรักข์ วรรณสาย
Syndicate content